เวชศาสตร์ฟื้นฟูในสัตว์เลี้ยง (Rehabilitation) มีอะไรบ้าง

3 ต.ค. 2560 3489



          ความเดิมจากตอนที่แล้วที่เราได้ทำความรู้จักกับเวชศาสตร์ฟื้นฟูในสัตว์เลี้ยง ว่าสามารถนำมาใช้กับน้องหมาในกรณีไหนได้บ้าง คราวนี้เรามาดูกันค่ะ ว่าเจ้าเวชศาสตร์ฟื้นฟูในสัตว์เลี้ยง มีอะไรบ้างกันค่ะ !!

เวชศาสตร์ฟื้นฟูในสัตว์เลี้ยง แบ่งเป็น 2 แบบ คือ

1. การฟื้นฟูโดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์

1.1 การใช้การประคบร้อน ประคบเย็น

           1.1.1การประคบร้อน  เหมาะกับสัตว์ที่มีการอักเสบของข้อต่อและกล้ามเนื้อเรื้อรัง จะช่วยให้ลดอาการปวด เกิดการคายตัวของกล้ามเนื้อและข้อต่อทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
           
           1.1.2การประคบเย็น เหมาะสมกับการอักเสบแบบเฉียบพลัน เช่น 72ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด เพื่อลดอาการบวม แดง ร้อน ที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้ง สองวิธีนี้เจ้าของสามารถช่วยทำที่บ้านได้ด้วยตัวเองค่ะ

 
1.2 การฟื้นฟูด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์  วิธีนี้คล้ายการประคบอุ่นแต่ให้ผลการรักษาที่ลึกลงไปในเนื้อเยื่อได้ถึง 5 เซนติเมตร โดยที่ไม่ทำให้ผิวหนังด้านบนได้รับความร้อนเกินไป  เหมาะกับการอักเสบของข้อต่อและกล้ามเนื้อเรื้อรัง 


1.3 การบำบัดรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อลดอาการปวด โดยอาศัยหลักการของการกระตุ้นระบบประสาทเพื่อลดความรู้สึกเจ็บปวด (Gate control theory of pain) และการเกิดการหลั่งสารลดอาการเจ็บปวด (endogenous opioid) จะเห็นว่าการลดปวดนั้นมีหลายเครื่องมือเลยที่ช่วยลดปวด ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องไหนนั้นขึ้นกับความชอบ และนิสัยของสัตว์แต่ละตัวด้วยค่ะ


1.4 การบำบัดรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ วิธีนี้เหมาะกับสัตว์ที่มีปัญหาระบบประสาท


1.5การบำบัดรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์ เป็นการนำคลื่นแสงมาใช้ เพื่อรักษาการอักเสบทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ใช้เพื่อลดภาวะเจ็บปวด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อ ส่งเสริมการหายของแผลเรื้อรังแบะการหายของกระดูกหัก

  


*ขอขอบคุณรูปภาพจาก หมอตาลรักษาสัตว์ 

1.6การบำบัดรักษาด้วยเครื่องช็อคเวฟ เป็นการนำคลื่นกระแทกมาใช้เพื่อรักษาอาการปวดเรื้อรัง เหมาะสมกับสัตว์ป่วยที่มีปัญหาข้อสะโพกเสื่อม เป็นต้น


2.การฟื้นฟูโดยการออกกำลังกาย

               วิธีนี้เราเริ่มจากการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวน้อยๆ ไปจนถึงการออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวด้วยตัวเองอิสระ หรือมีอุปกรณ์เสริม โดยมีเป้าหมายให้สัตว์เลี้ยงกลับมาใช้ขาได้ปกติที่สุดเท่าที่เป็นไปได้การออกกำลังกาย ดังนั้นสัตว์ควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอนะคะ เราจะเลือกชนิดการออกกำลังกายให้เหมาะกับตัวสัตว์ และอาการป่วยที่เป็นอยู่ โดยการออกกำลังกายนั้นมีเป้าหมายให้สัตว์เลี้ยงกลับมาใช้ขาได้ปกติที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และไม่ก่อให้เกิดผลเสียหรืออาการเจ็บที่เพิ่มขึ้น  เรามาดูตัวอย่างการออกกำลังกายต่อกันค่ะ

-การช่วยพยุงยืน (assisited standing exercise)  คือ การฝึกยืนโดยอาศัยสายสะพาย ,ลูกบอล หรือล้อเลื่อน (wheel chair) วิธีนี้หมอมักจะสอนให้เจ้าของช่วยฝึกทำขณะที่สัตว์อยู่บ้าน โดยทำเป็นประจำได้ด้วยตัวเจ้าของเองค่ะ


-การฝึกการรับรู้ของขา (propioceptive training) คือ การฝึกการยืน การลงน้ำหนัก โดยการใช้ exercise ball หรือ balance board วิธีนี้เจ้าของก็สามารถทำเองที่บ้านได้ ไม่ยากอีกเช่นกัน


-การจูงเดิน ขึ้นและลงเนินลาดเอียง ขึ้นและลงบันได เจ้าของสามารถพาสุนัขออกไปเดินเล่น บริเวณหมู่บ้าน รอบบ้าน หรือสวนสาธารณะ ในเวลาเช้าและเย็น โดยต้องระวังเว้นในช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนนะคะ


-การเดินบนลู่วิ่งบน หากเจ้าของท่านใดมีลู่วิ่งใช้วิ่งเองที่บ้านก็สามารถใช้ร่วมกับกับสุนัขได้ค่ะ

-การฝึกลุก-นั่ง การเดินและวิ่งข้ามสิ่งกีดขวาง  

3.ธาราบำบัด (Aquatic therapy )  เป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดรักษาโรคในกลุ่มเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้วยการให้สัตว์เลี้ยงว่ายน้ำ เพราะน้ำจะช่วยพยุงตัวสัตว์ ส่งผลให้กระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อเคลื่อนไหวได้เต็มที่อย่างอิสระ สม่ำเสมอ รวมทั้งแรงกดของน้ำยังช่วยบีบนวดกล้ามเนื้อ ทำให้ส่วนที่บาดเจ็บมีการออกกำลังโดยไม่เจ็บปวด เพิ่มการไหลเวียนเลือด และลดการบวมของเนื้อเยื่อด้วย 



                จากที่กล่าวมาทุกคนคงรู้จักกับ “เวชศาสตร์ฟื้นฟูในสัตว์เลี้ยง(Rehabilitation)” มากขึ้นแล้ว หมอหวังว่าทุกคน จะช่วยกันสังเกตน้องหมาน้องแมวของตนเอง หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบกระดูก ข้อต่อและระบบประสาท อย่านิ่งเฉยกันนะคะ ปัจจุบันการรักษามีหลายทางเลือกและก้าวหน้าไปมาก รีบพาน้องหมาน้องแมวมาหาคุณหมอกัน ยิ่งเราเจอกันเร็วการรักษาจะยิ่งง่ายขึ้น เพื่อสุดท้ายน้องหมาน้องแมวจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดกันค่ะ


สพ.ญ. พรยมล เลิศวรกิจ



ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น

"โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น"
1. ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงศ์ เป็นอันขาด
2. ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว ... (อ่านทั้งหมด)
Top